ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/09/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 23/06/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 252
1809900029462


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (252)
 กลุ่มกำจัดโรคพืช
 กลุ่มกำจัดแมลง
 กลุ่มบำรุงพืช
 ผลิตภัณฑ์
 ไขปัญหากล้วยไม้
 ทิปเกษตร
 รวมโรคกล้วยไม้
 เรื่องกล้วยไม้
 เรื่องชวนชม
 เรื่องอโกลนีมา
 เรื่องสัปปะรดสี
 เรื่องเฟิน
 เรื่องลิ้นมังกร
 การปลูกมะเขือ
 การปลูกมะนาว
 ไฮโดรโปนิกส์
 ร้อยเรื่องข้าว
 การปลูกทุเรียน
 การปลูกยาสูบ
 การปลูกพริก
 อัตราวิธีการใช้สินค้าต่างๆ
 คุยกับนักวิชาการ
 รู้เรื่องเกษตร
 SME เกษตร
 อุปกรณ์การเกษตรจากญี่ปุ่น
 เรื่องลำไย
 ชุดรางปลูกไฮโดรโปนิกส์
 ตัวแทนจำหน่าย
 การปลูกเห็ด รอบรู้เรื่องเห็ด
 อุปกรณ์การเกษตร



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ






บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน















สินค้ากำลังลดราคาทั้งเว็บ เลือกซื้อเลย จำนวนจำกัด!! 
*สินค้าลดราคา ขอสงวนสิทธิ์งดบริการเก็บปลายทาง


สอบถาม/สั่งซื้อ ทางไลน์  >>  เพิ่มเพื่อน 
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> เรื่องกล้วยไม้ >> เทคนิคการให้ปุ๋ยกล้วยไม้ 1

เทคนิคการให้ปุ๋ยกล้วยไม้  1 - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
เทคนิคการให้ปุ๋ยกล้วยไม้  1








  Tell a Friend

เทคนิคการให้ปุ๋ยกล้วยไม้ 1

รหัสสินค้า: 000013
บทความพิเศษ
รายละเอียด:
Loading...



 

“ปุ๋ย” เป็นอาหารของกล้วยไม้ กล้วยไม้ที่เราเลี้ยงจะไม่ได้อาหารอะไรอีกแล้ว นอกจากสารประกอบ “ไนโตรเจน” ที่มีอยู่ในน้ำฝน ซึ่งถือเป็นอาหารหลัก ชนิดหนึ่งของกล้วยไม้หรืออาจจะได้แร่ธาตุบางอย่างจากน้ำ ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ จะต่างจากกล้วยไม้ที่อยู่ตามธรรมชาติที่ขึ้นอยู่ในที่ๆเหมาะสม จะได้อาหารจากเปลือกไม้ที่มันเกาะใบไม้กิ่งไม้แห้ง น้ำฝนซึ่ง ชะเอาสารอาหารต่างๆ จากต้นไม้เบื้องบนลงมา ฯลฯ แก่กล้วยไม้ที่เราเลี้ยงจะปลูกอยู่ในกระเช้าแขวนในโรงเรือนหรือใต้ชายคา ซึ่งเราต้องให้ปุ๋ยจึงจะทำให้กล้วยไม้ ได้สารอาหารเพียงพอและงามสมบูรณ์


เรื่องของ “การให้ปุ๋ย” นี้ผมอยาก “เน้นเรื่องวิธีการและจังหวะเวลา” ในการให้ปุ๋ยมากกว่าจะมาใส่ใจเรื่องยี่ห้อหรือสูตรของปุ๋ยมากนัก นักเลี้ยงกล้วยไม้มืออาชีพจะให้ความสำคัญถึงเทคนิค คือวิธีการและจังหวะเวลามากกว่า แต่นักเลี้ยงสมัครเล่น ซึ่งไม่เคยรู้หรือเข้าใจเลย จะเน้นเรื่องยี่ห้อ หรือสูตรปุ๋ยเร่งดอก เร่งโน่น เร่งนี่ ซึ่งเป็นประเด็นที่รองลงไปมาก

จะ “เลี้ยงกล้วยไม้ให้งามได้มาตรฐาน” ใช้ ปุ๋ยสูตรเสมอ เป็นดีที่สุดครับ เพราะปุ๋ยสูตรเสมอมีความสมดุล ของ N-P-K (ไนโตรเจน-ฟอสฟอรัส-โปแตสเซียม) อย่างเหมาะสมเพียงพอที่กล้วยไม้ต้องการ เพื่อช่วยในการเติบโต(บำรุงต้นและใบ)บำรุงรากและบำรุงในการออกดอก ปุ๋ยควรเป็นสูตรสูง หมายถึง N-P-K รวมกันไม่น้อยกว่า 51 นั่นคือ ตั้งแต่สูตรเสมอ 17-17-17 ขึ้นไป จะเป็นยี่ห้ออะไรไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก แต่ปุ๋ยเกล็ดละลายน้ำที่ดีควรจะละลายเร็วเมื่อเราผสมลงไปในน้ำ หากละลายช้าหรือตกเป็นตะกอนก็ไม่ค่อยดีนัก เราไม่ต้องกังวลว่าใช้สูตรเลขน้อย เช่น 18-18-18 แล้วกล้วยไม้จะได้อาหารน้อยกว่าสูตรเลขสูงกว่า เช่น 21-21-21

ทั้งนี้เพราะสัดส่วนการผสมปุ๋ยกับน้ำที่เราต้องผสมนั้นไม่เท่ากัน ขอให้ผสมตามที่สลากข้างขวดแนะนำไว้ก็แล้วกัน ทางผู้ผลิตปุ๋ยเขาคำนวนมาแล้วว่าต้องผสมน้ำในสัดส่วนเท่าใดจึงเหมาะสม แต่เราต้องผสมตามสัดส่วนสำหรับกล้วยไม้นะครับที่ข้างสลากเขาระบุด้วยว่าถ้ากล้วยไม้จะให้สัดส่วนใด วิธีการผสมที่เหมาสมที่สุดคือการชั่ง เช่น ที่สลากเขียนว่าสำหรับกล้วยไม้คือ 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร นั่นหมายถึง เราต้องผสมปุ๋ยโดยการชั่ง ในสัดส่วน 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ 1 ปิ๊บ จริงๆ แต่ในทางปฎิบัติ นักกล้วยไม้อาจไม่ใช้ตาชั่งแต่จะใช้วัดเป็นปริมาตรแทน โดยอนุโลมว่าปุ๋ยหนัก 1 กรัม มีปริมาตรประมาณ 1 ซี.ซี. ดังนั้นจึงใช้ช้อนหรือถ้วยตวง ปุ๋ย 40 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตรก็ได้ครับ เราจะรดปุ๋ยด้วยน้ำปริมาณเท่าใดก็ต้องคำนวนปุ๋ยในปริมาณที่ได้สัดส่วนกัน

อย่างในกรณีนี้ถ้าเราจะรดปุ๋ยด้วยน้ำปริมาณเต็มถัง 100 ลิตร เราก็ต้องตวงปุ๋ยผสมในปริมาณ 200 กรัม หรือ 200 ซีซี. จึงจะเหมาะสม

 

การให้ปุ๋ยเข้าสู่รากกล้วยไม้นั้นก็ไม่ใช่การเข้าแบบดูดซึมผ่านเนื้อเยื่อ หากแต่เป็นการเข้าในลักษณะของการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้า ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลว่ารากกล้วยไม้จะอิ่มน้ำอยู่ก่อนแล้วจะดูดปุ๋ยไม่เข้าถึงแม้รากกล้วยไม้จะอิ่มน้ำอยู่ก่อนพอประมาณแต่ก็สามารถนำปุ๋ยเข้าสู่รากได้โดยการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้า ท่ไม่ใช่การดูดซึมผ่านเนื้อเยื่อธรรมดาแต่ขบวนการให้ปุ๋ยกล้วยไม้ เราต้องฉีดให้รากเปียกชุ่มเสมอ หากฉีดแบบผ่านๆ รากยังไม่เปียกชุ่มเลย การที่ปุ๋ยจะเข้าสู่รากกล้วยไม้ก็เป็นไปได้ยากและไม่มีประสิทธิภาพ

มีวิธีให้ปุ๋ยที่ประหยัดและได้ผลดีคือ ฉีดน้ำรดกล้วยไม้ให้มีความชุ่มพอประมาณ และรอสักครู่ให้น้ำที่รากเริ่มแห้งพอหมาดๆ แล้วค่อยฉีดปุ๋ยวิธีนี้เป็นที่นิยมกันมากในหมู่ นักเล่น กล้วยไม้มืออาชีพที่เลี้ยงกล้วยไม้จำนวนมากๆ เพราะจะเป็นการประหยัดปุ๋ยไปได้ไม่น้อย(อาจถึง 50%) ทั้งนี้เมื่อรากกล้วยไม้เปียกชุ่มและเริ่มหมาดสามารถช่วยในการนำสารละลายปุ๋ยเข้าสู่รากได้โดยง่ายและทั่วถึงทำให้รากไม่ต้องฉีดปุ๋ยมากถึงรากเปียกชุ่ม เพราะรากได้เปียกชุ่มแล้วการที่เรารดน้ำก่อน เราสามารถฉีดปุ๋ยได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกับการฉีดปุ๋ยจนชุ่มด้วยวิธีปรกติ วิธีนี้มีข้อเสีย คือ เราต้องเสียเวลารดน้ำกล้วยไม้ก่อน และรอจนหมาดจึงค่อยฉีดปุ๋ย แต่มีข้อดีคือ สามารถประหยัดปุ๋ยได้เป็นอย่างมากในกรณีมีกล้วยไม้มากๆ
   
ในการผสมปุ๋ยต้องคนให้ปุ๋ยละลายกับน้ำให้สมบูรณ์มากที่สุด สารละลายปุ๋ยที่เราผสมจะได้มีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วใช้ฉีดเป็นฝอยสเปรย์ละเอียดให้ชุ่มทั้งราก และต้น ถ้าเราเลี้ยงกล้วยไม้จำนวนมากก็ต้องใช้ปั๊มไฟฟ้าและฉีดด้วยหัวสเปรย์ละเอียด ถ้าเลี้ยงน้อยอาจใช้ปั๊มลูกสูบ ที่ใช้มือปั๊มโยกในการฉีดหรือใช้ถังอัดความดันที่ปั๊มความดันเข้าไปก่อนแล้วฉีด แต่ต้องตั้งหัวฉีดให้เป็นฝอยละเอียด เพื่อให้สารละลายปุ๋ยกระจายอย่างทั่วถึง และไม่เป็นการสิ้นเปลืองอีกด้วย

กล้วยไม้ นั้นสามารถนำอาหารเข้าสู่ต้นได้ทั้งทางรากและทางใบ ส่วนใหญ่(80-90 %)จะเข้าทางรากและส่วนน้อยสามารถเข้าทางใบได้ ซึ่งจะต่างจากพืชอื่นๆ ที่เข้าทางรากเพียงอย่างเดียว แต่อาหารนั้นจะต้องอยู่ในรูปของของเหลว(สารละลาย)เท่านั้นจึงจะเข้าสู่ทางรากและต้น(ใบ)ได้ ดังนั้นเราต้องฉีดปุ๋ยให้เปียกชุ่มทั้งรากและต้นครับ
   
การให้ปุ๋ยเข้าสู่รากกล้วยไม้นั้นก็ไม่ใช่การเข้าแบบดูดซึมผ่านเนื้อเยื่อ หากแต่เป็นการเข้าในลักษณะของการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้า ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลว่ารากกล้วยไม้จะอิ่มน้ำอยู่ก่อนแล้วจะดูดปุ๋ยไม่เข้าถึงแม้รากกล้วยไม้จะอิ่มน้ำอยู่ก่อนพอประมาณแต่ก็สามารถนำปุ๋ยเข้าสู่รากได้โดยการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้า ท่ไม่ใช่การดูดซึมผ่านเนื้อเยื่อธรรมดาแต่ขบวนการให้ปุ๋ยกล้วยไม้ เราต้องฉีดให้รากเปียกชุ่มเสมอ หากฉีดแบบผ่านๆ รากยังไม่เปียกชุ่มเลย การที่ปุ๋ยจะเข้าสู่รากกล้วยไม้ก็เป็นไปได้ยากและไม่มีประสิทธิภาพ

มีวิธีให้ปุ๋ยที่ประหยัดและได้ผลดีคือ ฉีดน้ำรดกล้วยไม้ให้มีความชุ่มพอประมาณ และรอสักครู่ให้น้ำที่รากเริ่มแห้งพอหมาดๆ แล้วค่อยฉีดปุ๋ยวิธีนี้เป็นที่นิยมกันมากในหมู่ นักเล่น กล้วยไม้มืออาชีพที่เลี้ยงกล้วยไม้จำนวนมากๆ เพราะจะเป็นการประหยัดปุ๋ยไปได้ไม่น้อย(อาจถึง 50%) ทั้งนี้เมื่อรากกล้วยไม้เปียกชุ่มและเริ่มหมาดสามารถช่วยในการนำสารละลายปุ๋ยเข้าสู่รากได้โดยง่ายและทั่วถึงทำให้รากไม่ต้องฉีดปุ๋ยมากถึงรากเปียกชุ่ม เพราะรากได้เปียกชุ่มแล้วการที่เรารดน้ำก่อน เราสามารถฉีดปุ๋ยได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกับการฉีดปุ๋ยจนชุ่มด้วยวิธีปรกติ วิธีนี้มีข้อเสีย คือ เราต้องเสียเวลารดน้ำกล้วยไม้ก่อน และรอจนหมาดจึงค่อยฉีดปุ๋ย แต่มีข้อดีคือ สามารถประหยัดปุ๋ยได้เป็นอย่างมากในกรณีมีกล้วยไม้มากๆ
   
การให้ปุ๋ยเข้าสู่รากกล้วยไม้นั้นก็ไม่ใช่การเข้าแบบดูดซึมผ่านเนื้อเยื่อ หากแต่เป็นการเข้าในลักษณะของการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้า ดังนั้นเราไม่ต้องกังวลว่ารากกล้วยไม้จะอิ่มน้ำอยู่ก่อนแล้วจะดูดปุ๋ยไม่เข้าถึงแม้รากกล้วยไม้จะอิ่มน้ำอยู่ก่อนพอประมาณแต่ก็สามารถนำปุ๋ยเข้าสู่รากได้โดยการแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้า ท่ไม่ใช่การดูดซึมผ่านเนื้อเยื่อธรรมดาแต่ขบวนการให้ปุ๋ยกล้วยไม้ เราต้องฉีดให้รากเปียกชุ่มเสมอ หากฉีดแบบผ่านๆ รากยังไม่เปียกชุ่มเลย การที่ปุ๋ยจะเข้าสู่รากกล้วยไม้ก็เป็นไปได้ยากและไม่มีประสิทธิภาพ

มีวิธีให้ปุ๋ยที่ประหยัดและได้ผลดีคือ ฉีดน้ำรดกล้วยไม้ให้มีความชุ่มพอประมาณ และรอสักครู่ให้น้ำที่รากเริ่มแห้งพอหมาดๆ แล้วค่อยฉีดปุ๋ยวิธีนี้เป็นที่นิยมกันมากในหมู่ นักเล่น กล้วยไม้มืออาชีพที่เลี้ยงกล้วยไม้จำนวนมากๆ เพราะจะเป็นการประหยัดปุ๋ยไปได้ไม่น้อย(อาจถึง 50%) ทั้งนี้เมื่อรากกล้วยไม้เปียกชุ่มและเริ่มหมาดสามารถช่วยในการนำสารละลายปุ๋ยเข้าสู่รากได้โดยง่ายและทั่วถึงทำให้รากไม่ต้องฉีดปุ๋ยมากถึงรากเปียกชุ่ม เพราะรากได้เปียกชุ่มแล้วการที่เรารดน้ำก่อน เราสามารถฉีดปุ๋ยได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพคล้ายคลึงกับการฉีดปุ๋ยจนชุ่มด้วยวิธีปรกติ วิธีนี้มีข้อเสีย คือ เราต้องเสียเวลารดน้ำกล้วยไม้ก่อน และรอจนหมาดจึงค่อยฉีดปุ๋ย แต่มีข้อดีคือ สามารถประหยัดปุ๋ยได้เป็นอย่างมากในกรณีมีกล้วยไม้มากๆ
   
นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
• ชำระผ่าน Paysbuy, Paypal
การส่งสินค้า (Shipping information)
บริษัทฯ จะเริ่มนับระยะเวลาการจัดส่งสินค้าหลังจากที่ลูกค้า ยืนยันการสั่งซื้อสินค้าที่มีการชำระเงินเต็มจำนวนสำเร็จเท่านั้น การจัดส่งสินค้า แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การจัดส่งไปรษณีย์ แบบบริการฟรี สินค้าจะจัดส่งแบบพัสดุธรรมดา โดยเฉลี่ย 5-7 วัน การจัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS ต้องประเมินจากน้ำหนักสินค้า เริ่มต้น 80 บาท 1-2 วัน การจัดส่งผ่านบริษัทขนส่ง เป็นบริการฟรี เมื่อมีน้ำหนักสินค้าตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ขึ้นไป 1-3 วัน การจัดส่งผ่านรถประจำทาง (รถทัวร์) พิจารณาเป็นกรณี โดยเฉลี่ย 1 วัน ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งสินค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว บริการจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ระยะเวลาในการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทางบริษัทฯ จะจัดส่งให้ตามความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นเวลาประมาณการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โดยไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ เนื่องจากนโยบายการจัดส่งสินค้าของสินค้าแต่ละรายการมีความแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบนโยบายการจัดส่งสินค้าก่อนทำการซื้อสินค้าได้ โดยอ่านรายละเอียดนโยบายการจัดส่งสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้าแต่ละรายการ
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
สำนักงาน KOKOMAX ถ.วัชรพล
.... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า  และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
บริการสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสั่งซื้อและสอบถามได้ในเวลา จันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 08.30-17.00 น. เสาร์ ช่วงเวลา 08.30-16.00 น. ตอบอีเมลล์ทุกๆวันภายใน 24 ชั่วโมง ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ คอลเซ็นเตอร์.  061-405-8899 ต่อ 1 สั่งซื้อสินค้า/ขอข้อมูลสินค้า ต่อ 2 ฝ่ายวิชาการเกษตร ต่อ 3 ติดต่อเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลต่างๆ
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้หรือ ใช้ผ่านการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้น ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิ์ และกรรมสิทธิ์ของเว็บไซต์ซึ่งเว็บไซต์จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านต้องปฎิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไข การใช้บริการเว็บไซต์ของเว็บไซต์โดยเคร่งครัด





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.