ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/09/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 15/11/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 249
1809900029462


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (249)
 กลุ่มกำจัดโรคพืช
 กลุ่มกำจัดแมลง
 กลุ่มบำรุงพืช
 ผลิตภัณฑ์
 ไขปัญหากล้วยไม้
 ทิปเกษตร
 รวมโรคกล้วยไม้
 เรื่องกล้วยไม้
 เรื่องชวนชม
 เรื่องอโกลนีมา
 เรื่องสัปปะรดสี
 เรื่องเฟิน
 เรื่องลิ้นมังกร
 การปลูกมะเขือ
 การปลูกมะนาว
 ไฮโดรโปนิกส์
 ร้อยเรื่องข้าว
 การปลูกทุเรียน
 การปลูกยาสูบ
 การปลูกพริก
 อัตราวิธีการใช้สินค้าต่างๆ
 คุยกับนักวิชาการ
 รู้เรื่องเกษตร
 SME เกษตร
 อุปกรณ์การเกษตรจากญี่ปุ่น
 เรื่องลำไย
 ชุดรางปลูกไฮโดรโปนิกส์
 ตัวแทนจำหน่าย
 การปลูกเห็ด รอบรู้เรื่องเห็ด
 อุปกรณ์การเกษตร



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ






บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
















* มหกรรมลดราคาสินค้าเกษตร ประจำปี 2561 เริ่มแล้ววันนี้ ด่วน!! ถูกมาก สินค้ามีจำนวนจำกัด

* สินค้าลดราคา ของดการชำระเงินปลายทางทุกรายการคะ

* ชุดมหกรรมลดราคาสินค้าเกษตรบริการส่งฟรีทุกชิ้น 


รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> ทิปเกษตร >> หนุ่มวิศวะ ปลูกมะนาว และส้มโอพลอยชมพู ปลูก 1 ไร่ โกยรายได้มากกว่าปีละ 2 แสน

หนุ่มวิศวะ ปลูกมะนาว และส้มโอพลอยชมพู ปลูก 1 ไร่ โกยรายได้มากกว่าปีละ 2 แสน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
หนุ่มวิศวะ ปลูกมะนาว และส้มโอพลอยชมพู ปลูก 1 ไร่ โกยรายได้มากกว่าปีละ 2 แสน








  Tell a Friend

หนุ่มวิศวะ ปลูกมะนาว และส้มโอพลอยชมพู ปลูก 1 ไร่ โกยรายได้มากกว่าปีละ 2 แสน

รหัสสินค้า: 000357
รายละเอียด:

โลกทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก คนหลายอาชีพมีแนวโน้มตกงาน เพราะถูกเครื่องจักรเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์และถูกแย่งอาชีพจากแรงงานข้ามชาติจากนโยบายเปิดตลาดเสรีการค้าอาเซียน “คุณนนท์” หรือ คุณธวานนท์ องอาจ หนุ่มวิศวกรด้านวงการยานยนต์ มองว่าการทำเกษตรเป็นอาชีพที่ไม่มีวันตาย เพราะคนต้องกินต้องใช้อยู่ทุกวัน เขาจึงหันกลับมาพลิกฟื้นที่ดินมรดกของพ่อแม่ ให้กลายเป็นแผ่นดินทองทางการเกษตร สร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้ครอบครัวเขาอีกครั้งหนึ่ง 

 

คุณธวานนท์ องอาจ หรือ คุณนนท์ เล่าว่า เดิมทีแผ่นดินผืนนี้เคยเป็นสวนมะม่วงและสวนกล้วย เมื่อเจอน้ำท่วมใหญ่ เมื่อ ปี 2554 ต้นไม้ที่ปลูกไว้ตายหมด ผมจึงพลิกฟื้นที่ดินมรดกให้กลายเป็นแผ่นดินทองสำหรับทำการเกษตรอีกครั้ง จังหวะนั้น มะนาวมีราคาแพงมาก ที่โด่งดังมากคือ มะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร คุณนนท์ตั้งใจหากิ่งพันธุ์มะนาวแป้นพิจิตรมาปลูก

 

บังเอิญจังหวะนั้น คุณนนท์ได้รู้จักกับ คุณฉัตราพร สิงหราช (คุณเล็ก) เจ้าของสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ที่แนะนำให้เขาทดลองปลูก “แป้นสิรินนท์” ซึ่งเป็นมะนาวพันธุ์ใหม่ โดยจำหน่ายกิ่งพันธุ์ในราคากิ่งละ 300 บาท ขณะที่มะนาวแป้นพิจิตร ขาย 80-100 บาท ตอนแรกคุณนนท์คิดหนักเพราะราคากิ่งพันธุ์ค่อนข้างสูง แต่หลังจากได้ชิมรสชาติและได้เห็นพื้นที่ปลูกมะนาวแป้นสิรินนท์ที่ให้ผลผลิตดี ก็รู้สึกประทับใจ จึงหันมาปลูกมะนาวแป้นสิรินนท์ 200 ต้น บนเนื้อที่ 1 ไร่

คุณนนท์ วางแผนปลูกตามหลักวิศวกร โดยคำนวณการใช้ประโยชน์พื้นที่ในแต่ละแปลงว่า สามารถปลูกพืชได้กี่ต้น เมื่อใช้น้ำในระบบสปริงเกลอร์ ต้องคำนวณปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับไลน์การผลิต เขาวางแผนปลูกมะนาวเป็น 2 โซนคือ ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ 150 วง กับปลูกในโอ่งมังกร ประมาณ 50 ใบ เพื่อทดลองเรียนรู้ว่า ระหว่างการปลูกในวงบ่อกับโอ่งมังกรอย่างไรให้ผลผลิตดีกว่ากัน

จากการเก็บข้อมูล คุณนนท์ พบว่า การปลูกมะนาวในวงบ่อจะต้องให้น้ำประมาณ 5 ลิตร ต่อวัน ต่อต้น แต่ปลูกในโอ่งประหยัดน้ำได้มากกว่า เพราะใช้น้ำแค่ 3 ลิตร ต่อวัน ต่อต้น ด้านต้นทุน ค่าโอ่งแพงกว่า เฉลี่ยใบละ 320 บาท ขณะที่วงบ่อซีเมนต์ราคาตกใบละ 160-170 บาท เปรียบเทียบด้านความคงทนก็ใกล้เคียงกัน หากใครสนใจใช้โอ่งมังกรราชบุรี สามารถประหยัดต้นทุนได้โดยซื้อโอ่งเก่าๆ หรือโอ่งที่มีตำหนิมาใช้ได้ โอ่งมังกรที่ใช้ดองมะม่วง ขายราคาถูก แค่ใบละ 50 บาท เท่านั้น

การปลูกมะนาวในระยะแรก ไม่ประสบความสำเร็จเรื่องการดูแลจัดการสวน เพราะกำหนดสัดส่วน วัสดุปลูกไม่เหมาะสม เนื่องจากสั่งซื้อขี้วัวล็อตใหญ่ ขี้วัวบางส่วนยังมีความชื้นสูง เมื่อนำไปใช้เกิดความร้อนระอุอยู่ข้างใน และเกิดการย่อยสลายในเวลาต่อมา เช่นเดียวกับกาบมะพร้าวบางส่วนยังมีส่วนที่เขียวอยู่ ต่อมาเกิดการย่อยสลายกลายเป็นดิน เมื่อรดน้ำลงไป ปรากฏว่า ดินแข็ง รากไม่เดิน ต้นมะนาวไม่โตก็ต้องถอนต้นมะนาวขึ้นมาปลูกใหม่อีกรอบ

คุณนนท์ บอกว่า โดยธรรมชาติแล้ว ต้นมะนาว ชอบดินชื้น ไม่ชอบแฉะ ควรเลือกใช้วัสดุปลูกที่แห้งสนิทแล้วจริงๆ ทั้งขี้วัวและกาบมะพร้าวสับ เขาใช้ดิน 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน และวัสดุปลูก 2 ส่วน ประกอบด้วย เศษมะพร้าวสับ แกลบดิบ ข้าวโพด เปลือกถั่ว ฯลฯ นำทุกอย่างผสมร่วมกันก่อนนำไปอัดให้แน่นวงบ่อซีเมนต์ เดินย่ำรอบวงบ่อซีเมนต์ แต่อย่าไปเหยียบตรงกลางที่เว้นไว้ปลูกต้นมะนาว วิธีนี้จะทำให้วัสดุปลูกไม่ยุบตัว

หลังปลูกมะนาว 1-6 เดือนแรก ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ เหมือนเลี้ยงเด็กเล็ก คอยให้ปุ๋ยให้ยา อย่าให้น้ำมากเพราะเสี่ยงปัญหารากเน่า คุณนนท์ให้น้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์ ในอัตรา 40 ลิตร ต่อชั่วโมง ปัจจุบัน ต้นมะนาวโตขึ้น ก็ปรับสัดส่วนการให้น้ำเพิ่มเป็น 60 ลิตร ต่อชั่วโมง โดยจ่ายน้ำต่อหัวสปริงเกลอร์

หากต้องการให้ต้นมะนาวได้ผลผลิตที่ดี ควรสังเกตการเติบโตของต้นมะนาวอย่างต่อเนื่องและบำรุงต้นตามระยะการเติบโต เช่น หากต้นมะนาวมีอาการใบเหลือง ควรให้ธาตุอาหารทางใบ ประเภทสังกะสี แมกนีเซียม และให้ธาตุอาหาร NPK ทางดิน เมื่อต้นมะนาวแตกใบอ่อน ต้องบำรุงด้วยฮอร์โมนสังกะสีเพื่อเร่งใบให้มีสีเข้ม เมื่อต้นมะนาวออกผลเป็นตุ่ม ควรเสริมด้วยฟอสฟอรัส เมื่อผลโตขึ้น ต้องใช้ปุ๋ยโยกหลังสูง 8-24-24 ซึ่งเป็นสูตรขยายผล

ช่วงที่ต้นมะนาวให้ผล ควรดูแลต้นมะนาว อย่าให้ขาดน้ำ ให้น้ำวันเว้นวัน จะได้ปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 400-600 ผล ต่อต้น คุณนนท์ ปลูกมะนาว 200 ต้น หากขายมะนาว ราคาลูกละ 1.50 บาท จะมีรายได้ประมาณ 120,000-200,000 บาท ต่อปี ยังไม่นับรวมรายได้จากการขายกิ่งพันธุ์มะนาวแป้นสิรินนท์อีกทางหนึ่ง ดังนั้น พื้นที่ปลูกมะนาว 1 ไร่ จะมีรายได้มากกว่า 200,000 บาท ต่อปี อย่างแน่นอน

จากเคยล้มเหลวในการปลูกมะนาวในช่วง 2 ปีแรก หลังจากคุณนนท์ปรับแผนการปลูก ธุรกิจสวนมะนาวก็เริ่มทำกำไรได้ในปีที่ 3 ถึงปีที่ 4 ทุกวันนี้ เขาสามารถรับมือกับปัญหาเรื่องแคงเกอร์ ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักของการปลูกมะนาวได้อย่างสบายๆ โรคแคงเกอร์ เป็นเชื้อแบคทีเรีย ก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงมาก เกิดได้กับทุกส่วนของต้น โรคระบาดในฤดูฝน และฤดูหนาวที่มีหมอกลง อาการของโรคทำให้ต้นโทรม แคระแกร็น ใบร่วง ผลร่วง กิ่งแห้งตาย ผลผลิตลดลงไม่มีคุณภาพ หากดูแลรักษาไม่ทันอาจทำให้ต้นมะนาวตายได้

คุณนนท์ บอกว่า สมัยก่อนเกษตรกรนิยมใช้สารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ฉีดพ่นกำจัดโรคแคงเกอร์ แต่สารชนิดนี้เสี่ยงตกค้างเป็นอันตรายต่อพืชและผู้บริโภค ปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้ “แคงเกอร์ น็อค” สารชีวภัณฑ์กำจัดโรคแคงเกอร์แทน โดยใช้ในอัตราส่วน 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร สามารถกำจัดโรคแคงเกอร์ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ โดยแช่น้ำเพื่อกระตุ้นเชื้อแบคทีเรีย ประมาณ 48 ชั่วโมง ก่อนนำไปฉีดพ่นให้ชุ่มหน้าใบ หลังใบ จนถึงรากต้นมะนาว

“จุดเด่นของมะนาวแป้นสิรินนท์คือ มะนาวพันธุ์เบา ให้ผลดก มีคุณภาพดี เก็บผลผลิตออกขายได้ตั้งแต่ 2-4 เดือน  มะนาวแป้นสิรินนท์มีรสเปรี้ยวนำ มีกลิ่นหอมมาก ธุรกิจร้านอาหารตามสั่ง นิยมสั่งใช้มะนาวแป้นสิรินนท์เพื่อนำไปปรุงอาหารเมนูต้มยำ เช่นเดียวกับร้านขายผัดไทย นิยมใช้มะนาวแป้นสิรินนท์ผลเล็กผ่าซีกประดับจานอาหารเพื่อปรุงแต่งอาหารให้มีกลิ่นหอมมะนาว” คุณนนท์ กล่าว

 

ปลูก “ส้มโอพลอยชมพู” เสริมรายได้

ผมไม่อยากปลูกมะนาวเป็นพืชเชิงเดี่ยว ผมอยากปลูกพืชแบบผสมผสาน เพื่อเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง ปี 2557 ผมเริ่มปลูกส้มโอพลอยชมพูสลับหว่างในแปลงปลูกมะนาวเดิม บนเนื้อที่ 1 ไร่ ส้มโอพลอยชมพูสามารถปลูกลงดินหรือปลูกในวงบ่อซีเมนต์ได้ ใช้ดิน 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน และวัสดุปลูก 2 ส่วน ประกอบด้วย เศษมะพร้าวสับ แกลบดิบ ข้าวโพด เปลือกถั่ว ฯลฯ นำทุกอย่างผสมรวมกันก่อนนำไปปลูกต้นส้มโอในระยะห่าง ประมาณ 60×60 เซนติเมตร

“ผมไม่รู้ว่า ในอนาคต พืชตัวไหนจะทำรายได้ดีกว่ากัน หากในอนาคตตลาดส้มโอเติบโตดี ผมก็ยกโอ่งมังกรที่ปลูกมะนาวออก นำไปปลูกพื้นที่อื่นแทน หรือขายในลักษณะ ‘ไม้กระถาง’ ให้ลูกค้าที่สนใจนำต้นมะนาวไปปลูกประดับสวนก็ได้” คุณนนท์ กล่าว

คุณนนท์ ปลูกส้มโอพลอยชมพูในแปลงยกร่อง ทำให้สะดวกต่อการให้น้ำต้นส้มโอ ในอัตราส่วน 3 ลิตร ต่อวัน หลังปลูกคอยดูแลป้องกันแมลงประเภท “หนอนชอนใบ” ที่มักเข้ามารบกวนในช่วงแตกใบอ่อน “แมงมุมแดง” มักเข้ามารบกวนแปลงปลูกตลอดทั้งปี ต้องคอยดูแลฉีดพ่นยาป้องกันสม่ำเสมอ พลอยชมพูเป็นส้มโอพันธุ์เบา ให้ผลผลิตเร็ว หลังปลูกแค่ 8 เดือน คุณนนท์แนะนำว่าระยะแรกควรไว้ผลไม่มาก แค่ 1-2 ผล ต่อต้น ก่อน เมื่อต้นส้มโออายุครบ 3 ปี เติบโตเต็มที่จะให้ผลผลิตมากขึ้น

 

 

“พลอยชมพู” เป็นส้มโอที่มีขนาดผลโต รสชาติดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตสูง ขนาดบิ๊กไซซ์ ส้มโอพันธุ์นี้เป็นที่ถูกอกถูกใจคนไทยเชื้อสายจีน นิยมใช้ส้มโอไหว้พระไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลและงานบุญต่างๆ ทุกวันนี้คุณนนท์ขายส้มโอระบบขายตรงผ่านเพื่อนฝูงและคนรู้จัก มีออเดอร์เข้ามามาก เพราะรสชาติความอร่อยของส้มโอพลอยชมพูที่พูดกันแบบปากต่อปาก ทำให้ผลิตสินค้าไม่ทันกับความต้องการของตลาด หากใครอยากชิมรสชาติพลอยชมพู ต้องเข้าคิวสั่งจองล่วงหน้ากันเป็นเดือน ปัจจุบันคุณนนท์ขายส้มโอในราคาเหมาหน้าสวน แค่ผลละ 100 บาท

ส้มโอพันธุ์นี้คุณนนท์ได้มาจาก สวนบางไผ่พันธุ์ไม้ ของ คุณฉัตราพร สิงหราช (คุณเล็ก) ซึ่งทางสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ได้นำตาขั้วกิ่ง “ทัมบุนพิงค์” ส้มโอคุณภาพดีของมาเลเซียมาปลูกเสียบกิ่งกับตอส้มโอจนได้กิ่งพันธุ์ส้มโอต้นใหม่ ที่มีสภาพแข็งแรงสมบูรณ์ โดยตั้งชื่อส้มโอพันธุ์นี้ว่า “พลอยชมพู”

 

 

จุดเด่นของส้มโอพันธุ์นี้คือ มีขนาดผลโต ทรงผลแป้น ไม่มีจุก น้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัม ต่อผล ส้มโอพลอยชมพูมีเปลือกผลค่อนข้างบาง สีของเปลือกในและผนังกลีบสีชมพูเรื่อๆ เนื้อมีลักษณะนิ่ม ไม่ฉ่ำน้ำ จำนวนกลีบ 14-16 กลีบ ไม่มีเมล็ด มีรสหวานอมเปรี้ยว มีสีสันเด่นสะดุดตา แถมมีรสชาติถูกใจนักชิม เพราะมีรสหวานอมเปรี้ยว ตรงกับรสนิยมของคนไทยที่นิยมกินผลไม้รสหวานนำและมีรสเปรี้ยวตามเล็กน้อย

 

“โดยทั่วไป ส้มโอพันธุ์ไทยชนิดอื่นๆ มักให้ผลผลิตเมื่ออายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป ส้มโอทับทิมสยาม จะให้ผลเมื่อปลูกถึงปีที่ 7 เรียกว่า พลอยชมพู เป็นส้มโอพันธุ์เบา ที่ให้ผลผลิตเร็วที่สุดในขณะนี้หลังจากปลูกเพียง 8 เดือน ถือว่าเป็นส้มโอที่มีศักยภาพสูง เหมาะสำหรับปลูกเชิงการค้ามากที่สุดในขณะนี้ทีเดียว” คุณนนท์ กล่าว

 

ปัจจุบัน คุณนนท์ เปิดบ้านสวนองอาจเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกมะนาวแป้นสิรินนท์รวมทั้งส้มโอพลอยชมพู ให้แก่ผู้สนใจ สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 10 ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี 12140 มีรั้วติดกับโรงถ่ายดาราวิดีโอ ไป-มาสะดวก

 

 

ผู้สนใจสามารถแวะเยี่ยมชมและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ คุณนนท์ ได้ที่เบอร์โทร. (081) 904-9245 หรือสอบถามข้อมูลมะนาวแป้นสิรินนท์และส้มโอพลอยชมพูจากสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ จังหวัดนนทบุรี กับ คุณฉัตราพร สิงหราช (คุณเล็ก) โทร. (086) 569-6225 หรือ คุณกัลยารัตน์ ชมฉ่ำ (แดง) โทร. (084) 656-1174

 

ขอบคุณที่มา  https://www.sentangsedtee.com/farming-trendy/article_68618

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
• ชำระผ่าน Paysbuy, Paypal
การส่งสินค้า (Shipping information)
บริษัทฯ จะเริ่มนับระยะเวลาการจัดส่งสินค้าหลังจากที่ลูกค้า ยืนยันการสั่งซื้อสินค้าที่มีการชำระเงินเต็มจำนวนสำเร็จเท่านั้น การจัดส่งสินค้า แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การจัดส่งไปรษณีย์ แบบบริการฟรี สินค้าจะจัดส่งแบบพัสดุธรรมดา โดยเฉลี่ย 5-7 วัน การจัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS ต้องประเมินจากน้ำหนักสินค้า เริ่มต้น 80 บาท 1-2 วัน การจัดส่งผ่านบริษัทขนส่ง เป็นบริการฟรี เมื่อมีน้ำหนักสินค้าตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ขึ้นไป 1-3 วัน การจัดส่งผ่านรถประจำทาง (รถทัวร์) พิจารณาเป็นกรณี โดยเฉลี่ย 1 วัน ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งสินค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว บริการจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ระยะเวลาในการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทางบริษัทฯ จะจัดส่งให้ตามความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นเวลาประมาณการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โดยไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ เนื่องจากนโยบายการจัดส่งสินค้าของสินค้าแต่ละรายการมีความแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบนโยบายการจัดส่งสินค้าก่อนทำการซื้อสินค้าได้ โดยอ่านรายละเอียดนโยบายการจัดส่งสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้าแต่ละรายการ
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
สำนักงาน KOKOMAX ถ.วัชรพล
         ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านการเกษตรชีวภาพ อันดับ 1 ภายใต้เว็บไซต์ http://www.kokomax.com ซึ่ง... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า  และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
บริการสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสั่งซื้อและสอบถามได้ในเวลา จันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 08.30-17.00 น. เสาร์ ช่วงเวลา 08.30-16.00 น. ตอบอีเมลล์ทุกๆวันภายใน 24 ชั่วโมง ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ คอลเซ็นเตอร์.  061-405-8899 ต่อ 1 สั่งซื้อสินค้า/ขอข้อมูลสินค้า ต่อ 2 ฝ่ายวิชาการเกษตร ต่อ 3 ติดต่อเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลต่างๆ
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้หรือ ใช้ผ่านการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้น ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิ์ และกรรมสิทธิ์ของเว็บไซต์ซึ่งเว็บไซต์จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านต้องปฎิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไข การใช้บริการเว็บไซต์ของเว็บไซต์โดยเคร่งครัด





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.