ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/09/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 15/11/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 249
1809900029462


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (249)
 กลุ่มกำจัดโรคพืช
 กลุ่มกำจัดแมลง
 กลุ่มบำรุงพืช
 ผลิตภัณฑ์
 ไขปัญหากล้วยไม้
 ทิปเกษตร
 รวมโรคกล้วยไม้
 เรื่องกล้วยไม้
 เรื่องชวนชม
 เรื่องอโกลนีมา
 เรื่องสัปปะรดสี
 เรื่องเฟิน
 เรื่องลิ้นมังกร
 การปลูกมะเขือ
 การปลูกมะนาว
 ไฮโดรโปนิกส์
 ร้อยเรื่องข้าว
 การปลูกทุเรียน
 การปลูกยาสูบ
 การปลูกพริก
 อัตราวิธีการใช้สินค้าต่างๆ
 คุยกับนักวิชาการ
 รู้เรื่องเกษตร
 SME เกษตร
 อุปกรณ์การเกษตรจากญี่ปุ่น
 เรื่องลำไย
 ชุดรางปลูกไฮโดรโปนิกส์
 ตัวแทนจำหน่าย
 การปลูกเห็ด รอบรู้เรื่องเห็ด
 อุปกรณ์การเกษตร



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ






บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน
















* มหกรรมลดราคาสินค้าเกษตร ประจำปี 2561 เริ่มแล้ววันนี้ ด่วน!! ถูกมาก สินค้ามีจำนวนจำกัด

* สินค้าลดราคา ของดการชำระเงินปลายทางทุกรายการคะ

* ชุดมหกรรมลดราคาสินค้าเกษตรบริการส่งฟรีทุกชิ้น 


รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> ทิปเกษตร >> ปลูกเผือกในนาข้าว หลีกเลี่ยงปัญหาราคาข้าวตกต่ำ

ปลูกเผือกในนาข้าว หลีกเลี่ยงปัญหาราคาข้าวตกต่ำ - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ปลูกเผือกในนาข้าว หลีกเลี่ยงปัญหาราคาข้าวตกต่ำ








  Tell a Friend

ปลูกเผือกในนาข้าว หลีกเลี่ยงปัญหาราคาข้าวตกต่ำ

รหัสสินค้า: 000278
รายละเอียด:
Loading...

 


 

 

แม้ว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ ด้วยวิธีการต่างๆ 

 

ไม่ว่าจะเป็น การประกันราคา การแทรกแซงราคา และการประกันภัยแล้ง เป็นต้น แต่ถึงกระนั้นเกษตรกรเองก็ต้องหมั่นหาลู่ทางแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเองด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพและมีรายได้คุ้มค่ากับการลงทุน เช่น นายสมนึก ขวัญเมือง เกษตรกรคนเก่ง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ที่หลีกเลี่ยงปัญหาราคาข้าวตกต่ำมาปลูกเผือกซึ่งได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า
สมนึกเล่าว่า ตนปลูกเผือกในนาข้าวมาเกือบ 20 ปี เนื่องจากเผือกเป็นพืชหัวที่ดูแลง่าย ไม่ค่อยมีโรคและแมลงศัตรูพืชมารบกวน มีความต้องการน้ำและความชื้นสูง เจริญเติบโตได้ดีในดินที่อุ้มน้ำได้มากเช่นเดียวกับข้าว ทำให้สามารถเพาะปลูกในผืนนาที่มีอยู่ได้ อีกทั้งได้ผลตอบแทนมากกว่าเมื่อเทียบกับการทำนา และที่สำคัญตลาดมีความต้องการมาก ผลิตได้เท่าไรก็ขายได้หมด


สมนึกบอกถึงวิธีการปลูกและดูแลเผือกว่า ก่อนปลูกจะไถดินตากไว้ 15-30 วัน แล้วไถย่อยดิน ยกร่องปลูกเป็นแถวๆ ห่างกันแถวละประมาณ 80 เซนติเมตร จากนั้นนำต้นกล้าทั้งที่เพาะพันธุ์เองและซื้อจากแหล่งเพาะพันธุ์มาปลูกในร่องที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 30 เซนติเมตร สำหรับต้นพันธุ์ที่เพาะเองนั้นจะนำหัวเผือกที่ได้จากการปลูกครั้งก่อนมาชำในถุงเพาะชำ รดน้ำวันละครั้ง ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนก็สามารถนำต้นกล้ามาปลูกในแปลงปลูกได้

หลังจากปลูกได้ 3 เดือน เผือกจะเริ่มออกหัว ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงลำต้นและเร่งการออกหัว และขุดดินรอบๆ ต้นมาสุมไว้ที่โคนต้นซึ่งต้นเผือกจะออกหัวได้จำนวนมาก และอีก 2 เดือนต่อจากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 13-3-21 เพื่อบำรุงหัวเผือกให้มีขนาดใหญ่ ได้น้ำหนัก ทิ้งไว้ 1 เดือน หรือสังเกตเห็นว่าใบเผือกเล็กลง ใบที่อยู่ด่านล่างมีสีเหลือง เหลือใบยอด 2-3 ใบ จึงสามารถขุดหัวมาขายได้ ซึ่งแต่ละต้นจะได้หัวเฉลี่ย 2 กิโลกรัม ทั้งนี้ก่อนขุดเผือก 15 วัน จะไม่เอาน้ำเข้าแปลงหรือรดน้ำแปลงเพราะเผือกจะดูดซึมน้ำไว้มากทำให้เก็บไว้ไม่ได้นาน
สำหรับต้นทุนการผลิตทั้งค่าปุ๋ย ต้นกล้า และอุปกรณ์อื่นๆ เฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 20,000 บาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงเนื่องจากปัจจุบันราคาปุ๋ยยาฆ่าแมลง และอุปกรณ์ต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ปัจจุบันสมนึกปลูกเผือกบนพื้นที่ 60 ไร่ ต้องใช้เงินทุนร่วม 120,000 บาท ซึ่งเงินทุนส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) จ.สระบุรี


ส่วนผลผลิตที่ได้จะมีพ่อค้ามารับซื้อกิโลกรัมละ 13-17 บาท แล้วแต่ราคาซื้อขายในตลาดในช่วงนั้นและคุณภาพของหัวเผือกที่ผลิตได้ ส่วนปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญคือโรคตากบ ซึ่งเกิดจากเชื้อรา ลักษณะที่เห็นได้ชัดคือบริเวณใบจะมีจุดเล็กๆ สีดำแดง และจะค่อยๆ ขยายลุกลามไปทั่วใบ ทำให้ใบเหี่ยวไม่สามารถปรุงอาหารได้ และแห้งตายในที่สุด วิธีการสกัดการแพร่ระบาดของโรคจะใช้ยา "โบคุ่ม" ฉีดพ่นใบที่เกิดโรค ยับยั้งการลุกลามของเชื้อโรค และตัดใบที่เกิดโรคไปเผาทำลายเพื่อ ฆ่าเชื้อรา อย่างไรก็ตามแม้ว่าการปลูกเผือกจะต้องใช้ต้นเงินลงทุนสูงกว่าการทำนาแต่ผลตอบแทนก็ได้มากกว่า ที่นาของสมนึก จึงมักจะมีต้นเผือกโบกใบไปตามแรงลมมากกว่าที่จะเห็นรวงทองของต้นข้าว

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
• ชำระผ่าน Paysbuy, Paypal
การส่งสินค้า (Shipping information)
บริษัทฯ จะเริ่มนับระยะเวลาการจัดส่งสินค้าหลังจากที่ลูกค้า ยืนยันการสั่งซื้อสินค้าที่มีการชำระเงินเต็มจำนวนสำเร็จเท่านั้น การจัดส่งสินค้า แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การจัดส่งไปรษณีย์ แบบบริการฟรี สินค้าจะจัดส่งแบบพัสดุธรรมดา โดยเฉลี่ย 5-7 วัน การจัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS ต้องประเมินจากน้ำหนักสินค้า เริ่มต้น 80 บาท 1-2 วัน การจัดส่งผ่านบริษัทขนส่ง เป็นบริการฟรี เมื่อมีน้ำหนักสินค้าตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ขึ้นไป 1-3 วัน การจัดส่งผ่านรถประจำทาง (รถทัวร์) พิจารณาเป็นกรณี โดยเฉลี่ย 1 วัน ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งสินค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว บริการจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ระยะเวลาในการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทางบริษัทฯ จะจัดส่งให้ตามความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นเวลาประมาณการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โดยไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ เนื่องจากนโยบายการจัดส่งสินค้าของสินค้าแต่ละรายการมีความแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบนโยบายการจัดส่งสินค้าก่อนทำการซื้อสินค้าได้ โดยอ่านรายละเอียดนโยบายการจัดส่งสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้าแต่ละรายการ
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
สำนักงาน KOKOMAX ถ.วัชรพล
         ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ ผู้นำด้านการเกษตรชีวภาพ อันดับ 1 ภายใต้เว็บไซต์ http://www.kokomax.com ซึ่ง... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า  และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
บริการสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสั่งซื้อและสอบถามได้ในเวลา จันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 08.30-17.00 น. เสาร์ ช่วงเวลา 08.30-16.00 น. ตอบอีเมลล์ทุกๆวันภายใน 24 ชั่วโมง ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ คอลเซ็นเตอร์.  061-405-8899 ต่อ 1 สั่งซื้อสินค้า/ขอข้อมูลสินค้า ต่อ 2 ฝ่ายวิชาการเกษตร ต่อ 3 ติดต่อเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลต่างๆ
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้หรือ ใช้ผ่านการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้น ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิ์ และกรรมสิทธิ์ของเว็บไซต์ซึ่งเว็บไซต์จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านต้องปฎิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไข การใช้บริการเว็บไซต์ของเว็บไซต์โดยเคร่งครัด





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.