ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/09/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 18/11/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 271
1809900029462


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (271)
 กลุ่มกำจัดโรคพืช
 กลุ่มกำจัดแมลง
 กลุ่มบำรุงพืช
 ผลิตภัณฑ์
 ไขปัญหากล้วยไม้
 ทิปเกษตร
 รวมโรคกล้วยไม้
 เรื่องกล้วยไม้
 เรื่องชวนชม
 เรื่องอโกลนีมา
 เรื่องสัปปะรดสี
 เรื่องเฟิน
 เรื่องลิ้นมังกร
 การปลูกมะเขือ
 การปลูกมะนาว
 ไฮโดรโปนิกส์
 ร้อยเรื่องข้าว
 การปลูกทุเรียน
 การปลูกยาสูบ
 การปลูกพริก
 อัตราวิธีการใช้สินค้าต่างๆ
 คุยกับนักวิชาการ
 รู้เรื่องเกษตร
 SME เกษตร
 อุปกรณ์การเกษตรจากญี่ปุ่น
 เรื่องลำไย
 ชุดรางปลูกไฮโดรโปนิกส์
 ตัวแทนจำหน่าย
 การปลูกเห็ด รอบรู้เรื่องเห็ด
 อุปกรณ์การเกษตร



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ






บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน

















สอบถาม/สั่งซื้อ ทางไลน์  >>  เพิ่มเพื่อน 
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> ทิปเกษตร >> ปลูกอย่างไร... มีกล้วยน้ำว้าขายตลอดปี

ปลูกอย่างไร... มีกล้วยน้ำว้าขายตลอดปี - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ปลูกอย่างไร... มีกล้วยน้ำว้าขายตลอดปี








  Tell a Friend

ปลูกอย่างไร... มีกล้วยน้ำว้าขายตลอดปี

รหัสสินค้า: 000272
บทความคัดพิเศษ
รายละเอียด:
Loading...

 


 

 

ปลูกอย่างไร... มีกล้วยน้ำว้าขายตลอดปี???

อาจารย์กัลยาณีสุวิทวัสนักวิจัยชำนาญการพิเศษสถานีวิจัยปากช่องสถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมาโทร. (044) 311-796 กล่าวถึงจำนวนเกษตรกรและพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้าสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าพันธุ์ปากช่อง50 อันเป็นผลงานวิจัยของอาจารย์กัลยาณีและคณะ

กล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี2551 ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานเด่นของสถานีวิจัยปากช่องอันเป็นสถานีที่วิจัยงานทางด้านไม้ผลเขตร้อนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ปัจจุบันถือเป็นสายพันธุ์ดีที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรอย่างกว้างขวาง

กล้วยน้ำว้าปากช่อง50 เกิดจากการคัดเลือกสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าไส้เหลืองที่เก็บรวบรวมพันธุ์ไว้ที่สถานีวิจัยปากช่องกว่า10 สายพันธุ์โดยพบว่าสายพันธุ์ที่คัดเลือกได้นี้มีคุณสมบัติที่เหมาะในการปลูกเพื่อการค้าลักษณะเด่นคือ

- เครือใหญ่น้ำหนักเครือมากกว่า30 กิโลกรัม(ไม่รวมก้านเครือ)

- จำนวนหวีมากกว่า10 หวี

- จำนวนผลต่อหวีประมาณ18 ผล

- ผลกล้วยใหญ่อ้วนดีน้ำหนักผลโดยเฉลี่ยประมาณ140 กรัมต่อผล

- ไส้กลางไม่แข็งออกสีเหลืองเนื้อแน่น

- เมื่อสุกมีความหวานประมาณ26 องศาบริกซ์

ทั้งนี้สิ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญของการวิจัยพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้เกษตรกรในประเทศไทยได้ปลูกกล้วยน้ำว้าที่ปลูกแล้วให้เครือใหญ่คุ้มกับการลงทุนและภาคอุตสาหกรรมของกล้วยน้ำว้าจะได้มีการเติบโต

“ปัจจุบันตลาดของกล้วยน้ำว้าในภาพรวมอยู่ในสภาพดีและราคาค่อนข้างดีเพราะมีการนำกล้วยน้ำว้าไปใช้ในอุตสาหกรรมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆอีกทั้งยังมีการส่งออกไปตลาดต่างประเทศทำให้เกิดความต้องการกล้วยน้ำว้าสูงมากขึ้น”

“ส่งผลทำให้กำไรที่เกษตรกรได้รับสามารถเทียบได้กับการปลูกกล้วยไข่และกล้วยหอมอย่างกล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ที่ปลูกเพื่อตัดเครือจำหน่ายในรายของเกษตรกรที่มีการจัดการบำรุงดูแลดีตามข้อแนะนำจะมีกำไรจากการปลูกประมาณ10,000-12,000 บาทต่อไร่” อาจารย์กัลยาณีกล่าว

หนุนใช้เทคโนโลยีใหม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก

จากการทุ่มเทและคลุกคลีกับการปลูกกล้วยน้ำว้ามาอย่างยาวนานกว่า10 ปีจึงทำให้อาจารย์กัลยาณีค้นพบเทคนิคการปลูกกล้วยน้ำว้าให้ประสบความสำเร็จอย่างน่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปลูกกล้วยน้ำว้าของเกษตรกรโดยได้มีการจัดฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่น่าสนใจนี้ให้กับเกษตรกรที่นำกล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ไปปลูกมาอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตามหนึ่งในข้อแนะนำของอาจารย์กัลยาณีคือการปลูกกล้วยน้ำว้าโดยเฉพาะพันธุ์ปากช่อง50 นั้นสิ่งที่ต้องใส่ใจคือการดูแลรักษาเนื่องจากกล้วยเป็นไม้ผลที่ตอบสนองได้ดีกับสภาพอากาศดินและปุ๋ยเป็นอย่างมาก

หากการดูแลรักษาไม่ดีขาดน้ำขาดปุ๋ยสภาพพื้นที่แห้งแล้งเกินไปกล้วยพันธุ์นี้จะให้ผลผลิตเพียง7-8 หวีเท่านั้นแต่ผลยังอ้วนใหญ่ไส้กลางไม่แข็งเนื้อยังแน่นเหมือนเดิม

“ดังนั้นอย่างกล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ถ้าจะปลูกให้ได้ผลคุ้มค่าสูงสุดจึงจำเป็นต้องมีการดูแลรักษาที่ดีควบคู่ไปด้วย” อาจารย์กัลยาณีกล่าว

ในการดูแลรักษานั้นอาจารย์กัลยาณีได้ให้ข้อแนะนำตั้งแต่เรื่องของพันธุ์กล้วยที่นำมาปลูกควรใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทดแทนการใช้หน่อที่เคยทำกันมาแบบเดิม

การปลูกต้นกล้วยน้ำว้าจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นวิธีการสำคัญที่จะช่วยทำให้ลดปัญหาการสูญเสียจากการเข้าทำลายของโรคแมลงศัตรูกล้วยน้ำว้าได้เป็นอย่างดี

“ด้วยสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคแมลงมากขึ้นและทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโรคตายพรายและหนอนกอหรือด้วงงวงเจาะเหง้าซึ่งจะฝังตัวอยู่ในเหง้าและพบมากในช่วงหน้าแล้งทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันดีกว่าการไปรักษาที่ต้องลงทุนสูงมากด้วยวิธีการปลูกด้วยการใช้ต้นพันธุ์ที่มาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ”

วิธีการปลูกด้วยการใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะเหมาะสมมากในกรณีที่เป็นพื้นที่ปลูกใหม่ที่ไม่เคยพบการระบาดของโรคแมลงดังกล่าวมาก่อนโดยปลูกชุดแรกเพียงชุดเดียวหลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่7 ก็สามารถขุดหน่อที่ได้มาใหม่ไปปลูกขยายได้จะทำให้เป็นแปลงปลูกที่ปลอดจากโรคแมลง

“แต่ก่อนนี้การปลูกต้นกล้วยน้ำว้าจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นสิ่งที่เกษตรกรไม่ให้การยอมรับจึงได้มีการจัดทำแปลงสาธิตจัดอบรมเกษตรกรและผู้สนใจเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการหันมาปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกด้วยการใช้ต้นจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทดแทนซึ่งตอนนี้เกษตรกรที่เข้ามารับการอบรมได้เกิดความเข้าใจและปรับเปลี่ยนวิธีการหาต้นพันธุ์มาปลูกทำให้การผลิตต้นพันธุ์ของสถานีในขณะนี้ไม่เพียงพอกับความต้องการ”

อาจารย์กัลยาณีบอกว่าดังนั้นต้นกล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ที่ทางสถานีจำหน่ายให้กับเกษตรกรนั้นจะเป็นต้นกล้วยจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่มีความสูงมากกว่า15 เซนติเมตรซึ่งสามารถลงปลูกในแปลงปลูกได้เลย

ในส่วนข้อดีของการใช้ต้นกล้วยจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคือขนย้ายต้นพันธุ์สะดวกต้นพันธุ์ปลอดจากโรคและแมลงที่เป็นปัญหาในปัจจุบันได้แก่โรคตายพรายและหนอนกอเจริญเติบโตเร็วการเก็บเกี่ยวทำได้พร้อมกันจำนวนมากอีกทั้งสามารถเก็บต้นพันธุ์ไว้ได้นานหากยังไม่พร้อมปลูกลงแปลงเป็นต้น

หลุมปลูกควรใหญ่ปลูกระยะ4x4 เมตร

เทคนิคต่อมาคือเกษตรกรควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีจัดการดูแลแปลงปลูกให้เป็นระบบมากขึ้นอย่างเช่นในเรื่องของหลุมปลูกได้แนะนำให้ขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่มากขึ้นเป็นขนาด50x50x50 เซนติเมตรซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาขึ้นโคนหรือโคนลอยช้าลงสามารถอยู่ได้นานถึง4-5 ปีแล้วจึงรื้อปลูกใหม่

“เพราะระบบรากของกล้วยน้ำว้านั้นจะหากินในรัศมีไม่เกิน50 เซนติเมตรทำให้รากสามารถหากินได้มากขึ้นกว่าวิธีการขุดแบบเดิมของเกษตรกรที่ขุดหลุมพอดีกับเหง้าอีกทั้งในกลุ่มปลูกยังมีการใส่ปุ๋ยคอกทำให้รากชอนลงด้านล่างเพื่อหาอาหารทำให้อาการรากลอยจึงช้าลงแทนที่จะเป็น1-2 ปีรื้อเกษตรกรมีต้นทุนที่ลดลง”

การไว้ใบกล้วยต่อต้นอาจารย์กัลยาณีบอกว่าเมื่อก่อนเกษตรกรบอกว่าถ้าต้นกล้วยเป็นโรคต้องตัดใบลงให้มากๆเพื่อให้แสงเข้าแต่เป็นแนวคิดที่ผิดเพราะต้นกล้วยจะสมบูรณ์ได้มากต้องมีใบมากเท่านั้นโดยเฉพาะในช่วงตกเครือต้องมีอย่างน้อย7 ใบถ้าต่ำกว่านี้ผลผลิตจะไม่ค่อยดีดังนั้นจุดแก้ไขตรงนี้จึงต้องไปดูที่ระยะปลูกโดยระยะที่เหมาะสมควรเป็น4x4 เมตร

“ถ้าปลูกในระยะที่ถี่กว่านี้จะประสบปัญหาต้นกล้วยในกอจะเบียดกันเพราะจากที่ศึกษาพบว่าถ้าปลูกที่ระยะ2x2 หรือ3x3 เมตรในระยะ1-2 ปีแรกจะได้ผลแต่เมื่อไว้กอ4-5 ต้นใน1 กอจะพบว่ามีการเบียดกันเพราะตามนิสัยของต้นไม้จะต้องพุ่งเข้าหาแสงซึ่งส่งผลทำให้ต้นพุ่งสูงชะลูดแต่ระยะปลูก4x4 เมตรจะกำลังพอดีกับการเลี้ยงกอของต้นกล้วย4 ต้นและมีผลทำให้แสงสามารถส่องเข้าถึงพื้นที่ได้ดีด้วย”

แนะระบบไว้หน่อทุก3 เดือนให้ออกผลผลิตทั้งปี

อีกปัญหาหนึ่งที่อาจารย์กัลยาณีได้รับการสอบถามจากเกษตรกรคือจำนวน1 กอจะไว้ต้นกล้วยน้ำว้ากี่ต้นอาจารย์ได้ให้ข้อแนะนำว่า

“ถ้าสังเกตจะพบว่าในกล้วยน้ำว้า1 กอนั้นจะมีขนาดลำต้นเท่าๆกันหมดและกันให้จำนวนเครือไม่เยอะเมื่อศึกษาทำให้ได้ข้อมูลว่าถ้าใน1 กอต้นกล้วยจะอายุเท่ากันหมดอาหารที่ต้นกล้วยจะต้องเป็นกลุ่มเดียวกันโดยช่วงที่เจริญเติบโตก็ต้องใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเหมือนกันและเมื่อตกลูกก็ตกพร้อมกันอีกต้องใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมพร้อมกัน”

อาจารย์กัลยาณีกล่าวต่อไปว่าถ้าเกษตรกรใส่สูตรเสมอหรือคำนวณปริมาณปุ๋ยไม่เป็นการใส่ปุ๋ยนั้นก็จะไม่เกิดประโยชน์ที่ตรงกับช่วงความต้องการจึงได้ทำการศึกษาในเรื่องการไว้หน่อตามทำให้ได้ข้อมูลที่น่าสนใจถึงระบบการจัดการหน่อ

 

“เราทดลองในต้นกล้วยที่อายุ6 เดือนโดยถ้าพบว่ามีหน่อก่อนหน้านี้ให้ปาดทิ้งทั้งหมดพอหลังจากอายุ6 เดือนให้ไว้หน่อที่1 พอหน่อที่1 อายุ3 เดือนให้ไว้หน่อที่2 หลังจากนั้นทุกๆ3 เดือนให้ไว้หน่อที่3 และ4, 5 ตามโดยหน่อที่ขึ้นมาในช่วงที่ไม่ได้กำหนดให้ปาดทิ้งทั้งหมดปรากฏว่าเมื่อจะไว้หน่อที่5 ต้นแม่ก็สามารถเก็บเกี่ยวเครือกล้วยได้แล้วฉะนั้นจะกลายว่ากอนั้นมีต้นกล้วย4 ต้นที่อายุห่างกัน3 เดือนโดยมีหน่อที่1 ที่อายุห่าง6 เดือนดังนั้นเมื่อใช้ระบบนี้ต่อไปหลายๆปีจะทำให้กล้วยน้ำว้าในแปลงมีอายุห่าง3 เดือน”

“สาเหตุที่ไว้หน่อทุก3 เดือนมีเหตุผลว่าด้วยการออกผลผลิตของกล้วยน้ำว้าในแปลงนั้นจะออกไม่พร้อมกันถึงแม้ไว้ใกล้เคียงกันจะมีการกระจายตัวในการเก็บเกี่ยวประมาณ3 เดือนโดยจากข้อมูลที่ศึกษาจากการปลูกกล้วยน้ำว้าด้วยหน่อพบว่าจะมีช่วงแรกที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ25 เปอร์เซ็นต์ช่วงกลางๆจะเก็บได้ประมาณ50 เปอร์เซ็นต์และช่วงปลายเก็บได้ประมาณ25 เปอร์เซ็นต์

“ทีนี้ถ้าค่อยๆปลูกหรือไว้หน่อไปกล้วยที่ออกผลในช่วงปลาย25 เปอร์เซ็นต์จะไปรวมกับ25 เปอร์เซ็นต์ของช่วงแรกในอีกแปลงหนึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตรวมเป็น50 เปอร์เซ็นต์เพราะฉะนั้นทั้งปีด้วยวิธีการนี้ทำให้สามารถมีผลผลิตกล้วยน้ำว้าจำหน่ายให้กับพ่อค้าได้ตลอดทั้งปีและสามารถต่อรองราคากับพ่อค้าได้โดยไม่ต้องถูกกดราคาเพราะจำเป็นต้องตัดขายทั้งแปลง” อาจารย์กัลยาณีกล่าว

ในส่วนของหน่อที่เกษตรกรควรเลือกเก็บไว้ในกออาจารย์กัลยาณีแนะนำให้เลือกหน่อใบดาบหรือดูที่โคนต้นให้เลือกต้นที่โคนใหญ่ๆซึ่งแสดงว่ามีอาหารสะสมมากสมบูรณ์มากจะเป็นต้นที่ให้เครือใหญ่

“แต่ถ้าเป็นต้นที่ใบใหญ่และมีลักษณะลำต้นเรียวเล็กหรือถึงแม้ว่าจะเป็นต้นที่เป็นใบดาบแต่โคนเล็กก็อย่าไปเอาให้ปาดทิ้งไปเลยนอกจากนี้หน่อที่จะไว้ควรเป็นหน่อที่ไกลจากต้นแม่หน่อยประเภทขึ้นติดโคนต้นแม่อย่าไปเอาสาเหตุเพราะต้นกล้วยจริงๆคือเหง้าหน่อที่แตกมาจากต้นแม่จะเป็นหน่อที่แตกมาจากเหง้าซึ่งค่อนข้างจะลอยตามต้นแม่แต่ถ้าเป็นหน่อที่ไกลจากต้นแม่คือเหง้าที่มุดดินไปแตกใหม่มีความแข็งแรงเหมือนกับต้นที่ปลูกใหม่โคนจะลอยช้า”

พร้อมกันนี้อาจารย์กัลยาณียังได้ให้คำอธิบายต่อไปถึงข้อแนะนำที่ให้ใช้วิธีการปาดหน่อออกแทนที่จะขุดหน่อทิ้งว่าด้วยการขุดหน่อนั้นจะเป็นการเสียทั้งเวลาและแรงงานแต่การปาดหน่อเดือนละ1 ครั้งจะเป็นวิธีการที่ช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน

“แต่ถ้าต้องการเอาหน่อที่ไม่ต้องการนั้นขุดขายสามารถทำได้แต่มีข้อแม้ว่าต้องดูต้นแม่ตกเครือหรือไม่ถ้าตกเครือไม่ให้ขุดหน่อขายเพราะจะมีผลกระทบต่อขนาดของลูกกล้วยถ้าขุดหน่อจะทำให้ลูกกล้วยไม่ใหญ่มีลักษณะแคระแกร็นถ้าจะขุดหน่อจำหน่ายให้ขุดเมื่อเครือกล้วยจากต้นแม่แก่พร้อมเก็บเกี่ยวหรือเก็บเกี่ยวเครือกล้วยจากต้นแม่แล้วและต้นต่อไปยังไม่ตกเครือเป็นจังหวะที่สามารถขุดหน่อจำหน่ายได้”

เทคนิคปลูกกล้วยน้ำว้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อให้ได้ผลดี

สำหรับต้นกล้วยน้ำว้าปากช่อง50 ซึ่งมาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อปัจจุบันสถานีวิจัยปากช่องได้ผลิตจำหน่ายในราคาต้นละ35 บาทซึ่งเกษตรกรที่นำต้นพันธุ์ของสถานีไปปลูกนั้นอาจารย์กัลยาณีบอกว่ามีเทคนิคที่ต้องใส่ใจดังนี้

หนึ่งคัดเลือกต้นพันธุ์ที่มีขนาดความสูง15 เซนติเมตรขึ้นไปหรือมีเส้นรอบวงต้นมากกว่า3.5 เซนติเมตรหากต้นเล็กกว่านี้จะพบปัญหาเรื่องการดูแลและอัตราการตายสูง

สองเตรียมแปลงปลูกระยะ3x3 หรือ4x4 เมตรขนาดหลุมปลูก50x50x50 เซนติเมตรเพื่อให้ระบบรากเดินดีขึ้นโคนช้าระยะปลูกขึ้นอยู่กับการดูแลถ้าดูแลดีกอกล้วยใหญ่ควรปลูกระยะ4x4 เมตร1 กอควรใว้เพียง4 ต้นเท่านั้น

สามคลุกเคล้าปุ๋ยคอกผสมดินประมาณหลุมละ2 กิโลกรัมรองก้นหลุมขึ้นมาประมาณ30 เซนติเมตรแล้วจึงปลูกต้นกล้วยและกลบบริเวณโคนต้นให้แน่นทำแอ่งดินรอบต้นเพื่อเก็บน้ำรักษาความชื้นของดินและควรรองก้นหลุมด้วยฟูราดานป้องกันหนอนกอกล้วยประมาณ1 ช้อนโต๊ะต่อหลุม

สี่ปลูกเสร็จให้น้ำตามทันทีให้ชุ่มชื้นพอเพียงไม่เช่นนั้นต้นจะเหี่ยวเฉาใบแห้งและยุบตัวบางต้นตายบางต้นแตกต้นใหม่ขึ้นแทนทำให้อายุต้นไม่สม่ำเสมอกัน

ห้าในระยะเดือนแรกต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและดินต้องชุ่มชื้นเพียงพอเป็นเดือนที่ต้องเอาใจใส่อย่างมากหากเป็นการให้น้ำแบบฝอยหรือมินิสปริงเกลอร์จะทำให้ต้นตั้งตัวได้เร็วสามารถสร้างใบและลำต้นใหม่ได้ดีโอกาสรอดสูงกว่าการลากสายยางรดน้ำและเริ่มให้ปุ๋ยสูตร15-15-15 หรือ16-16-16 ประมาณ100-150 กรัมต่อต้นหลังปลูกได้1 เดือนและเดือนที่2 ส่วนเดือนที่3 ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักแทน

หกเดือนที่2 และ3 ต้นกล้วยจะมีต้นและใบใหม่ทั้งหมดปัญหาคือหญ้าขึ้นคลุมต้นต้องถากหญ้าบริเวณโคนต้นและฉีดยาฆ่าหญ้าพาราควอตระหว่างแถวต้องระวังอย่าให้ละอองยาโดนต้นกล้วยจะทำให้ต้นชะงักและตายได้

เจ็ดเดือนที่4 การเจริญเติบโตเร็วมากทั้งความสูงและรอบวงต้นใกล้เคียงปลูกจากหน่อพันธุ์แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดต้นปลูกเริ่มแรกถ้าสูง15 เซนติเมตรขึ้นไปจะโตทันกันถือว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่ต้นรอดตายทั้งหมดการดูแลทำเช่นเดียวกับการปลูกด้วยหน่อโดยให้ปุ๋ย15-15-15 หรือ16-16-16 ประมาณ100-150 กรัมต่อต้นในเดือนที่4 และ5 ส่วนเดือนที่6 ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักแทนและงดใส่ปุ๋ยจนกว่าจะแทงปลีถึงจะใส่ปุ๋ยเคมีอีกครั้งจนกระทั่งหลังเก็บเกี่ยวถึงจะเริ่มให้ปุ๋ยในรอบใหม่

แปดเดือนที่6 หรือ7 กล้วยเริ่มแทงหน่อและสะสมอาหารเพื่อการตกเครือ

เก้าเดือนที่9 กล้วยเริ่มแทงปลีการแทงปลีหรือตกเครือจะเร็วหรือช้ากว่าหน่อพันธุ์ขึ้นอยู่กับขนาดลำต้นปลูกเริ่มแรกและการดูแลรักษาหากต้นพันธุ์ที่มีขนาดความสูง15 เซนติเมตรขึ้นไปหรือมีเส้นรอบวงต้นมากกว่า4 เซนติเมตรการตกเครือใกล้เคียงกับหน่อพันธุ์ขนาด1 เมตรหากต้นมีขนาดใหญ่กว่านี้การตกเครือจะเร็วกว่าหน่อพันธุ์และหากเล็กกว่านี้การตกเครือจะช้ากว่าหน่อพันธุ์อายุเครือกล้วยจากการแทงปลีจนกระทั่งเก็บเกี่ยวมีอายุประมาณ4 เดือนเท่ากับหน่อพันธุ์กล้วยน้ำว้าทั่วไป

ขอบคุณ technologychaoban.com/

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ//www.kokomax.com/

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
• ชำระผ่าน Paysbuy, Paypal
การส่งสินค้า (Shipping information)
บริษัทฯ จะเริ่มนับระยะเวลาการจัดส่งสินค้าหลังจากที่ลูกค้า ยืนยันการสั่งซื้อสินค้าที่มีการชำระเงินเต็มจำนวนสำเร็จเท่านั้น การจัดส่งสินค้า แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การจัดส่งไปรษณีย์ แบบบริการฟรี สินค้าจะจัดส่งแบบพัสดุธรรมดา โดยเฉลี่ย 5-7 วัน การจัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS ต้องประเมินจากน้ำหนักสินค้า เริ่มต้น 80 บาท 1-2 วัน การจัดส่งผ่านบริษัทขนส่ง เป็นบริการฟรี เมื่อมีน้ำหนักสินค้าตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ขึ้นไป 1-3 วัน การจัดส่งผ่านรถประจำทาง (รถทัวร์) พิจารณาเป็นกรณี โดยเฉลี่ย 1 วัน ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งสินค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว บริการจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ระยะเวลาในการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทางบริษัทฯ จะจัดส่งให้ตามความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นเวลาประมาณการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โดยไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ เนื่องจากนโยบายการจัดส่งสินค้าของสินค้าแต่ละรายการมีความแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบนโยบายการจัดส่งสินค้าก่อนทำการซื้อสินค้าได้ โดยอ่านรายละเอียดนโยบายการจัดส่งสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้าแต่ละรายการ
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
สำนักงาน KOKOMAX ถ.วัชรพล
.... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า  และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
บริการสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสั่งซื้อและสอบถามได้ในเวลา จันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 08.30-17.00 น. เสาร์ ช่วงเวลา 08.30-16.00 น. ตอบอีเมลล์ทุกๆวันภายใน 24 ชั่วโมง ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ LINE ID:   @KOKOMAX
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้หรือ ใช้ผ่านการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้น ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิ์ และกรรมสิทธิ์ของเว็บไซต์ซึ่งเว็บไซต์จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านต้องปฎิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไข การใช้บริการเว็บไซต์ของเว็บไซต์โดยเคร่งครัด





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.