ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/09/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 13/11/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 271
1809900029462


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (271)
 กลุ่มกำจัดโรคพืช
 กลุ่มกำจัดแมลง
 กลุ่มบำรุงพืช
 ผลิตภัณฑ์
 ไขปัญหากล้วยไม้
 ทิปเกษตร
 รวมโรคกล้วยไม้
 เรื่องกล้วยไม้
 เรื่องชวนชม
 เรื่องอโกลนีมา
 เรื่องสัปปะรดสี
 เรื่องเฟิน
 เรื่องลิ้นมังกร
 การปลูกมะเขือ
 การปลูกมะนาว
 ไฮโดรโปนิกส์
 ร้อยเรื่องข้าว
 การปลูกทุเรียน
 การปลูกยาสูบ
 การปลูกพริก
 อัตราวิธีการใช้สินค้าต่างๆ
 คุยกับนักวิชาการ
 รู้เรื่องเกษตร
 SME เกษตร
 อุปกรณ์การเกษตรจากญี่ปุ่น
 เรื่องลำไย
 ชุดรางปลูกไฮโดรโปนิกส์
 ตัวแทนจำหน่าย
 การปลูกเห็ด รอบรู้เรื่องเห็ด
 อุปกรณ์การเกษตร



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ






บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน



















สอบถาม/สั่งซื้อ ทางไลน์  >>  เพิ่มเพื่อน 
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> ทิปเกษตร >> ทิ้งเงินเดือนเกือบครึ่งแสน “พลิกชีวิตมาติดดิน” “หายจน” ได้.....ด้วย “พอเพียง”

ทิ้งเงินเดือนเกือบครึ่งแสน “พลิกชีวิตมาติดดิน” “หายจน” ได้.....ด้วย “พอเพียง” - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
ทิ้งเงินเดือนเกือบครึ่งแสน “พลิกชีวิตมาติดดิน” “หายจน” ได้.....ด้วย “พอเพียง”








  Tell a Friend

ทิ้งเงินเดือนเกือบครึ่งแสน “พลิกชีวิตมาติดดิน” “หายจน” ได้.....ด้วย “พอเพียง”

รหัสสินค้า: 000271
บทความคัดพิเศษ
รายละเอียด:
Loading...

 


 

 

ทิ้งเงินเดือนเกือบครึ่งแสน“พลิกชีวิตมาติดดิน” “หายจน” ได้.....ด้วย“พอเพียง”

“เศรษฐกิจพอเพียง” การใช้ชีวิตด้วยแนวคิดพอเพียงเป็นเรื่องที่พูดถึงในสังคมไทยมานานซึ่งหลายๆคนได้แต่ฟังคนอื่นพูดหรือได้พูดแต่ไม่ได้ทำอย่างไรก็ตามก็มีตัวอย่างคนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จมีความสุขในชีวิตอยู่ไม่น้อยและเก็บตกจากงาน“ดั้นด้นค้นหารหัสลับทรัพยากรดิน” ณศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินกรมพัฒนาที่ดินอ.ปากช่องจ.นครราชสีมาเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทางทีม“วิถีชีวิต” ได้พบกับ“ธัญญเทพ-ดารณีมั่นมา” คู่สามีภรรยาคู่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างผู้ที่มีความสุขในชีวิตด้วยการใช้ชีวิตด้วยแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง...

ธัญญเทพ-ดารณีมั่นมาเป็นครอบครัวเกษตรกรที่ดูแลพื้นที่13 ไร่ภายในพื้นที่ทั้งหมดราว600 ไร่ของศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินแห่งนี้มานานกว่า8 เดือนและเป็นอีกหนึ่งต้นแบบในการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาทำให้ชีวิตมีความสุขได้จริงๆซึ่งชีวิตของสามีภรรยาคู่นี้ก็นับว่ามีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ดารณีมั่นมาในวัย48 ปีเล่าว่าเป็นชาวจ.ยโสธรก่อนหน้าที่จะมาทำงานภายในศูนย์นี้เคยทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่ที่ประเทศอินเดียมาก่อนด้วยเงินค่าจ้างกว่า20,000 บาทต่อเดือนและก่อนที่จะมาทำงานที่ศูนย์นี้เคยไปอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับเพื่อนที่เป็นหัวหน้าศูนย์ปราชญ์ชาวบ้านที่จ.ยโสธรมาก่อนและเคยทำงานแบบนี้จริงๆที่จ.อุบลราชธานีอยู่2 ปีโดยที่นั่นเป็นศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงของเอกชน

 

กับงานศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงที่จ.อุบลราชธานีนั้นดารณีบอกว่าก็จะคล้ายกับที่นี่แต่ที่นั่นไม่มีรายรับเป็นเงินเดือนซึ่งเมื่อทางรองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกุลรัศมิ์อนันต์พงษ์สุขชักชวนเธอให้มาอยู่ที่นี่ดารณีก็ไม่รีรอที่จะตัดสินใจมาอยู่พร้อมกับธัญญเทพมั่นมาสามีชาวจ.นครราชสีมาวัย48 ปีซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในประเทศลาวแต่ก็ตัดสินใจลาออกจากงานที่มีเงินเดือนกว่า20,000 บาทมาอยู่ที่นี่ทันทีด้วยความเชื่อที่ว่า“เศรษฐกิจพอเพียง” ถ้าทำดีๆก็น่าจะไปได้

 

ธัญญเทพบอกว่าตนเองไม่มีความรู้และไม่เคยเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาก่อนก็เพียงได้ยินที่เขาพูดๆกันมาจนเมื่อมาศึกษาจากศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงต่างๆและกับปราชญ์ชาวบ้านอ่านจากหนังสือและทดลองปฏิบัติจริงในที่สุดก็เข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักปรัชญานี้

พื้นที่13 ไร่ที่ธัญญเทพและดารณีดูแลนั้นแบ่งเป็นนาข้าวแปลงผักผลไม้เล้าหมูเล้าแพะพื้นที่สำหรับเลี้ยงวัว-ควายและมีกระท่อมขนาดย่อมๆที่พออยู่สำหรับ2 ชีวิตแบบสบายๆกับอากาศที่เย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศให้เปลืองพลังงานไฟฟ้าเปลืองค่าไฟ

ทั้งสองบอกว่านาข้าวจำนวน2 งานปลูกข้าวกินได้ตลอดปีในแปลงผักก็มีคะน้าหัวไชเท้าแครอทถั่วฝักยาวแตงกวาน้ำเต้าฟักงาดำและงาแดงส่วนผลไม้มีกล้วยมะละกอและชมพู่ซึ่งกินได้ทั้งปีแบบไม่มีเบื่อ

สำหรับสัตว์ที่เลี้ยงไว้นั้นเลี้ยงเพื่อเอามูลทำปุ๋ยบ้างทำแก๊สชีวภาพสำหรับประกอบอาหารบ้างโดยที่ไม่ต้องไปซื้อพลังงานจากนอกไร่ซึ่งทั้งสองคนเป็นมังสวิรัติไม่กินเนื้อสัตว์ทั้งคู่ดังนั้นจึงยิ่งไม่ต้องยุ่งยากในการประกอบอาหารกินง่ายอยู่ง่ายมีแค่น้ำพริก1 ถ้วยแกง1 ถ้วยผักต้มผลไม้และข้าว3 มื้อก็อยู่ได้สบายๆโดยไม่ต้องใช้เงินส่วนผลผลิตนั้นหากเหลือกินก็แจกเหลือมากก็ขายแต่จะเน้นแจกเป็นหลัก

เพราะคิดว่ารั้วบ้านที่ดีที่ปลอดภัยที่สุดคือ“เพื่อนบ้าน” นั่นเอง

เวลาของสามีภรรยาคู่นี้จะหมดไปกับการเลี้ยงสัตว์ปลูกผักปลูกข้าวสีข้าวรดน้ำทำปุ๋ยหมักทำน้ำหมักชีวภาพน้ำส้มควันไม้น้ำหมักจุลินทรีย์ยาฆ่าหญ้าแบบไม่ใช้เคมีหรือทำน้ำกลั่นแบบใหม่ๆที่ใช้รักษาสุขภาพและยังเป็นวิทยากรอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้กับผู้ที่สนใจทั้งภาครัฐและเอกชนซึ่งทยอยเข้ามาในศูนย์แห่งนี้หลายรุ่นแล้ว

“8 เดือนที่มาอยู่ที่นี่ชีวิตเปลี่ยนไปมากสุขภาพดีมากเมื่อสุขภาพดีงานทุกอย่างก็เดินมีความสุขทั้งทางกายไม่มีโรคภัยไข้เจ็บและมีความสุขทางใจครอบครัวมีความสุขและเมื่อเราได้ให้ความรู้คนอื่นเราก็มีความสุขไปด้วย” ธัญญเทพกล่าว

พร้อมทั้งยังย้ำด้วยว่าชีวิตทุกวันนี้มีความสุขมากเมื่อเทียบกับตอนทำงานที่เก่าแม้เงินเดือนน้อยกว่าแต่สุขทางใจมากกว่าเพราะที่นี่ไม่มีสิ่งยั่วยุมีสิ่งแวดล้อมและอากาศที่ดีได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ทุกวัน

ด้านดารณีก็บอกว่าแม้อยู่ที่นี่จะต้องตื่นตี4 ทุกวันแต่เธอก็ไม่เคยหวั่นแถมยังรู้สึกว่าสบายๆเพราะได้ออกกำลังกายตอนเช้าได้สูดอากาศบริสุทธิ์ก่อนที่จะต้มน้ำสมุนไพรหุงข้าวเตรียมอาหารแล้วก็ไปทำงานในแปลงตลอดทั้งวัน

“มาอยู่ที่นี่ไม่ผิดหวังงานอิสระอยากทำอะไรก็ทำชีวิตเปลี่ยนไปสุขภาพดีเงินก็มีเก็บมากกว่าตอนที่เงินเดือนเยอะเสียอีกไม่ต้องซื้อหาอะไรมากมายแถมอากาศที่นี่ก็ดีมากๆทำงานก็เหนื่อยมากนะคะแต่ได้พักก็หายเหนื่อยและสบายใจสุดๆเวลาที่ได้ทำงานชีวิตสนุกมากและมีความสุขที่สุด” ดารณีกล่าว

เงินเดือน2 คนในปัจจุบันรวมกันคือ16,000 บาทเทียบกับในอดีตที่รายได้สองคนรวมกันมากกว่า40,000 บาทหรือเกือบครึ่งแสนไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจากเงินเดือนที่รวมกัน10,000 กว่าบาทในปัจจุบันทั้งสองจะมีเงินเหลือเก็บมากกว่าในอดีตแถมยังส่งลูกคนที่สองไปเรียนหนังสืออยู่ที่จ.อุบลราชธานีได้อย่างสบายๆไม่เดือดร้อนอะไร

 

 

ทิ้งท้ายธัญญเทพกล่าวว่า“ใครมีที่มีทางผมอยากจะเชิญชวนให้ทำเศรษฐกิจพอเพียงกันเยอะๆอย่าไปคิดว่าทำแบบเศรษฐกิจพอเพียงแล้วไม่รวยเรื่องนี้ไม่จริงผมขอยืนยันรวยได้จริงๆหากรู้จักปรับปรุงคุณภาพผลผลิตอยู่เสมอและปัจจุบันก็มีเทคนิคทางเกษตรใหม่ๆออกมาเรื่อยๆหากศึกษาแล้วนำมาใช้ก็ไปได้เป็นจริงได้อย่างผมเองแม้ไม่เคยทำเกษตรมาก่อนผมยังทำกล้วยรสเชอร์รี่ได้เลยในขณะที่เกษตรแบบใช้เคมีมีแต่ทำลายดินทำลายน้ำทำลายสิ่งแวดล้อม

และทำให้เกษตรกรเป็นหนี้เป็นสินไม่มีวันจบสิ้น...”

สุภารัตน์ยอดศิริวิชัยกุลรายงาน
ขอบคุณเดลินิวออนไลน์

ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ //www.kokomax.com/

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
• ชำระผ่าน Paysbuy, Paypal
การส่งสินค้า (Shipping information)
บริษัทฯ จะเริ่มนับระยะเวลาการจัดส่งสินค้าหลังจากที่ลูกค้า ยืนยันการสั่งซื้อสินค้าที่มีการชำระเงินเต็มจำนวนสำเร็จเท่านั้น การจัดส่งสินค้า แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การจัดส่งไปรษณีย์ แบบบริการฟรี สินค้าจะจัดส่งแบบพัสดุธรรมดา โดยเฉลี่ย 5-7 วัน การจัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS ต้องประเมินจากน้ำหนักสินค้า เริ่มต้น 80 บาท 1-2 วัน การจัดส่งผ่านบริษัทขนส่ง เป็นบริการฟรี เมื่อมีน้ำหนักสินค้าตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ขึ้นไป 1-3 วัน การจัดส่งผ่านรถประจำทาง (รถทัวร์) พิจารณาเป็นกรณี โดยเฉลี่ย 1 วัน ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งสินค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว บริการจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ระยะเวลาในการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทางบริษัทฯ จะจัดส่งให้ตามความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นเวลาประมาณการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โดยไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ เนื่องจากนโยบายการจัดส่งสินค้าของสินค้าแต่ละรายการมีความแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบนโยบายการจัดส่งสินค้าก่อนทำการซื้อสินค้าได้ โดยอ่านรายละเอียดนโยบายการจัดส่งสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้าแต่ละรายการ
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
สำนักงาน KOKOMAX ถ.วัชรพล
.... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า  และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
บริการสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสั่งซื้อและสอบถามได้ในเวลา จันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 08.30-17.00 น. เสาร์ ช่วงเวลา 08.30-16.00 น. ตอบอีเมลล์ทุกๆวันภายใน 24 ชั่วโมง ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ LINE ID:   @KOKOMAX
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้หรือ ใช้ผ่านการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้น ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิ์ และกรรมสิทธิ์ของเว็บไซต์ซึ่งเว็บไซต์จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านต้องปฎิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไข การใช้บริการเว็บไซต์ของเว็บไซต์โดยเคร่งครัด





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.