ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! บทความ

สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 08/09/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 13/11/2562
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 271
1809900029462


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (271)
 กลุ่มกำจัดโรคพืช
 กลุ่มกำจัดแมลง
 กลุ่มบำรุงพืช
 ผลิตภัณฑ์
 ไขปัญหากล้วยไม้
 ทิปเกษตร
 รวมโรคกล้วยไม้
 เรื่องกล้วยไม้
 เรื่องชวนชม
 เรื่องอโกลนีมา
 เรื่องสัปปะรดสี
 เรื่องเฟิน
 เรื่องลิ้นมังกร
 การปลูกมะเขือ
 การปลูกมะนาว
 ไฮโดรโปนิกส์
 ร้อยเรื่องข้าว
 การปลูกทุเรียน
 การปลูกยาสูบ
 การปลูกพริก
 อัตราวิธีการใช้สินค้าต่างๆ
 คุยกับนักวิชาการ
 รู้เรื่องเกษตร
 SME เกษตร
 อุปกรณ์การเกษตรจากญี่ปุ่น
 เรื่องลำไย
 ชุดรางปลูกไฮโดรโปนิกส์
 ตัวแทนจำหน่าย
 การปลูกเห็ด รอบรู้เรื่องเห็ด
 อุปกรณ์การเกษตร



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ






บริการของร้านค้า
หน้าแรก
สินค้า
เว็บบอร์ด
เกี่ยวกับเรา
บทความ
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
แจ้งการชำระเงิน



















สอบถาม/สั่งซื้อ ทางไลน์  >>  เพิ่มเพื่อน 
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> ทิปเกษตร >> แม่โจ้โพลล์ เผยผลสำรวจปัญหาของเกษตรกรบนพื้นที่สูง

แม่โจ้โพลล์ เผยผลสำรวจปัญหาของเกษตรกรบนพื้นที่สูง - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
แม่โจ้โพลล์ เผยผลสำรวจปัญหาของเกษตรกรบนพื้นที่สูง








  Tell a Friend

แม่โจ้โพลล์ เผยผลสำรวจปัญหาของเกษตรกรบนพื้นที่สูง

รหัสสินค้า: 000182
บทความอ่านฟรี
รายละเอียด:
Loading...



ข้อมูล : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร    คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้      แม่โจ้โพลล์ ฉบับที่ 26      ประจำวันที่ ๑๖  มิถุนายน  2554

  ในอดีต คนไทยบนพื้นที่สูงมีการปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติดที่สร้างปัญหาให้แก่สังคมไทย ปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นเกษตรกรที่ปลูกผลิตผลทางการเกษตรมากขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างเช่น มูลนิธิโครงการหลวง  จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ เช่น สหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนบนพื้นที่สูง ทั้งการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเพาะปลูกที่สามารถสร้างอาชีพ และรายได้  โดยการนำพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ มาทดลองปลูก และส่งเสริมเป็นจำนวนมากเช่น ลูกท้อ  สตอเบอรี่ กาแฟ ลูกพลับและดอกเบญจมาศ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น 
นย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร โดยแม่โจ้โพลล์ จึงสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรโครงการหลวงในพื้นที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ในหัวข้อ “สหกรณ์การเกษตร... กับการพลิกฟื้นความหวังเกษตรกรด้วยพืชความหวังใหม่” เพื่อทราบถึงแนวทาง และความต้องการพัฒนาด้านการเกษตรของเกษตรกร โดยสอบถามเกษตรกรบนพื้นที่สูง จำนวน 165 ราย ในช่วงระหว่าง วันที่ 21 เมษายน  -  6  พฤษภาคม 2554 สรุปผลได้ดังนี้

 เกษตรกรบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.70  ตัดสินใจทำการเกษตรในปริมาณเท่าเดิมกับปีที่ผ่านมา เพราะพื้นที่เพาะปลูกและแรงงานมีจำนวนจำกัด อีกทั้งต้องการดูแลผลผลิตให้มีคุณภาพ  ในขณะที่ ร้อยละ 15.10 ตัดสินใจเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร เพราะต้นทุนการเพาะปลูกต่ำและผลผลิตมีราคาค่อนข้างดี รวมถึงต้องการปลูกทดแทนต้นที่มีอายุมาก มีเพียง ร้อยละ 3.20 ที่ตัดสินใจลดพื้นที่การเพาะปลูกลง เพราะเกษตรกรต้องใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมากซึ่งส่งผลต่อสุขภาพ รวมถึงสภาพพื้นที่และสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการเพาะปลูก 
    เมื่อสอบถามถึงปัญหาในการเพาะปลูกพืชของเกษตรกรบนพื้นที่สูง พบว่าส่วนใหญ่ ประสบปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตสูง ร้อยละ 48.40 รองลงมา ประสบปัญหาการขายผลผลิตได้ราคาต่ำ  ร้อยละ 38.10  ปัญหาเรื่องคุณภาพของผลผลิต ร้อยละ 22.20  ปัญหาเรื่องขาดแคลนเงินทุนในการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ร้อยละ  20.60  ปัญหาจากโรคพืชและแมลงศตรูพืชเข้าทำลายพืชผลผลิตทางการเกษตร ร้อยละ 17.50  ปัญหาพื้นที่ทำการเกษตรมีน้อยเนื่องจากเป็นพื้นที่สูง ร้อยละ 12.70  และปัญหาการขาดความรู้ในการเพาะปลูกพืช ร้อยละ 10.30 

 

เมื่อสอบถามถึงการขายผลผลิตทางการเกษตร พบว่า ส่วนใหญ่ ขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ร้อยละ 76.20  เพราะสะดวกและไม่จำเป็นต้องหาตลาดเอง รองลงมา ขายให้กับโครงการหลวง ร้อยละ 11.10  เนื่องจากเป็นแหล่งรับซื้อผลผลิตของชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง นำผลผลิตไปขายด้วยตนเอง ร้อยละ 11.10  และมีเพียง  ร้อยละ 1.60 เท่านั้นที่ขายผลผลิตให้กับสหกรณ์ 
    ด้านแนวทางในการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตของตนเองนั้น อันดับ 1 คือ ควรมีการจัดการพื้นที่เพาะปลูกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ร้อยละ 41.30 อันดับ 2 คือ ควรมีการนำผลผลิตไปขายนอกพื้นที่ด้วยตนเอง ร้อยละ 37.30  และอันดับ 3 คือ บอกว่าควรมีการแปรรูปผลผลิต ร้อยละ 13.50 
เมื่อสอบถาม ถึงการได้รับความช่วยเหลือและสนับสนุนจากสหกรณ์ในเรื่องใดบ้างนั้น ส่วนใหญ่ร้อยละ  65.10 บอกว่าได้รับการอบรมให้ความรู้ รองลงมา ร้อยละ 53.20 บอกว่าได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด ร้อยละ 46.80 ได้รับการสนับสนุนด้านพันธุ์พืชที่เพาะปลูก ร้อยละ 41.30 บอกว่าได้รับการสนับสนุนด้านการเงินและปัจจัยการผลิต และอีกร้อยละ 1.60 บอกว่าได้รับส่วนลดราคาปุ๋ยและยาฆ่าแมลง 
   และเมื่อสอบถามว่าเกษตรกรอยากให้สหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงมีบทบาทเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรอย่างไรบ้างนั้น ร้อยละ 40.40 ต้องการให้จัดตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อจัดซื้อปัจจัยการผลิตสำหรับสมาชิก รองลงมาร้อยละ 28.80  ต้องการให้เป็นตัวกลางในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่แน่นอนสำหรับสมาชิก ร้อยละ 9.60 ต้องการให้เป็นหน่วยงานที่ช่วยสรรหาพันธุ์พืชที่เหมาะสมที่จะปลูกในพื้นที่และควรให้มีเจ้าหน้าที่โครงการหลวงเข้ามาอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตร ร้อยละ 7.70 บอกว่าควรจัดตั้งกองทุนเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับสมาชิกและควรจัดตั้งกองทุนสวัสดิการในการดูแลสุขภาพสมาชิก และอีกร้อยละ 1.90 ต้องการให้มีการส่งเสริมในเรื่องประกันราคาของผลผลิตทางการเกษตรของสมาชิก

 ดังนั้นสหกรณ์ต้องสร้างความเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกให้มากขึ้น โดยยึดการดำเนินงานตามหลักปรัชญาสหกรณ์โดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อันส่งผลให้สมาชิกและชุมชนสามารถพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ที่มา kehakaset

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร    
• ชำระผ่าน Paysbuy, Paypal
การส่งสินค้า (Shipping information)
บริษัทฯ จะเริ่มนับระยะเวลาการจัดส่งสินค้าหลังจากที่ลูกค้า ยืนยันการสั่งซื้อสินค้าที่มีการชำระเงินเต็มจำนวนสำเร็จเท่านั้น การจัดส่งสินค้า แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ การจัดส่งไปรษณีย์ แบบบริการฟรี สินค้าจะจัดส่งแบบพัสดุธรรมดา โดยเฉลี่ย 5-7 วัน การจัดส่งไปรษณีย์แบบ EMS ต้องประเมินจากน้ำหนักสินค้า เริ่มต้น 80 บาท 1-2 วัน การจัดส่งผ่านบริษัทขนส่ง เป็นบริการฟรี เมื่อมีน้ำหนักสินค้าตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ขึ้นไป 1-3 วัน การจัดส่งผ่านรถประจำทาง (รถทัวร์) พิจารณาเป็นกรณี โดยเฉลี่ย 1 วัน ลูกค้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งสินค้า เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว บริการจัดส่งสินค้าภายในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการจัดส่งสินค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส) ระยะเวลาในการจัดส่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ โดยทางบริษัทฯ จะจัดส่งให้ตามความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าเป็นเวลาประมาณการ ขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ให้บริการขนส่ง โดยไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดราชการ เนื่องจากนโยบายการจัดส่งสินค้าของสินค้าแต่ละรายการมีความแตกต่างกัน ลูกค้าสามารถตรวจสอบนโยบายการจัดส่งสินค้าก่อนทำการซื้อสินค้าได้ โดยอ่านรายละเอียดนโยบายการจัดส่งสินค้าในหน้ารายละเอียดสินค้าแต่ละรายการ
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ
สำนักงาน KOKOMAX ถ.วัชรพล
.... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้า หากสินค้ามีปัญหา (เช่น สินค้าชำรุดก่อนถึงมือผู้รับ) คุณสามารถติดต่อคืนสินค้าและขอรับเงินคืนได้เต็มจำนวน โดยระบุชื่อ-นามสกุล หมายเลขการสั่งซื้อ พร้อมทั้งจดหมายอธิบายสาเหตุการคืนสินค้า  และเสียค่าบริการจัดส่งสินค้าคืนเอง เราไม่สามารถรับสินค้านั้นคืนได้ ถ้าสินค้าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ได้รับความเสียหาย
เวลาให้บริการ (Business Hour)
บริการสั่งซื้อหรือสอบถามรายละเอียดผ่านเว็บไซต์ 24 ชั่วโมง โทรสั่งซื้อและสอบถามได้ในเวลา จันทร์-ศุกร์ ช่วงเวลา 08.30-17.00 น. เสาร์ ช่วงเวลา 08.30-16.00 น. ตอบอีเมลล์ทุกๆวันภายใน 24 ชั่วโมง ชมรมส่งเสริมเกษตรชีวภาพ LINE ID:   @KOKOMAX
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)
ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ท่านได้ให้หรือ ใช้ผ่านการประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการทำงานของเว็บไซต์ทั้งหมดนั้น ท่านยอมรับและตกลงว่าเป็นสิทธิ์ และกรรมสิทธิ์ของเว็บไซต์ซึ่งเว็บไซต์จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านต้องปฎิบัติตามข้อกำหนด และเงื่อนไข การใช้บริการเว็บไซต์ของเว็บไซต์โดยเคร่งครัด





© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.